วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เชื้อ PT ไตรโคเดอร์ม่า ป้องกันและกำจัดโรคอะไรบ้าง

    เชื้อ PT ไตรโคเดอร์ม่า ป้องกันและกำจัดโรครากเน่า โรคโคนเน่า โรคต้นเหี่ยว โรคเหล็กเน่า โรคกล้าไหม้ โรคเน่าดำ โรคเน่าระดับดิน

      และกำจัดโรคพื้นที่มีสาเหตุมาจาก
    -เชื้อราสเคลอโรเที่ยม รอฟซิโล
    -เชื้อราพิเทียม
    -เชื้อราฟิวซาเรียม
    -เชื้อราไฟทอฟธอร่า
    -เชื้อราไรซอทโนเนีย
    -เชื้อราไรโซฟัส โซลาไน

      ผลิตภัณฑ์ สาร PTไตรโคเดอร์ม่า ฮาร์เซียนั่ม จะป้องกันและกำจัด โรคเน่าในพริก โรคกาบใบแห้งในข้าว โรคที่เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราในพืชหลายชนิด เช่น
           -พืชตระกูล แตง ถั่ว มะเขือ พืชลงหัว
           -ยางพารา  ส้ม  มะนาว  ลำไย  ทุเรียน
           -มะละกอ หอม กะหล่ำปลี

     ปัจจุบัน เชื้อ PT ไตรโคเดอร์ม่า เป็นที่นิยมอย่างสูงในการนำไปใช้กำจัดโรคพืช     

     ปริมาณและราคา    1 ซอง ปริมาณ 500 กรัม    ราคา 200 บาท/ซอง    ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ค่าส่ง(EMS) ครั้งละ 40 บาท

          ดูข้อมูลที่       http://naturkaset.blogspot.com

    สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

         คุณ สุเทพ  เปี่ยมศิริ  โทร. 0894590321 , 0852705964
ดูข้อมูลได้ที่ http://naturkaset.blogspot.com

                  http://pttrichodermaharzianum.blogspot.com  

         ปริมาณและราคาขายปลีก   
         สารPT ไตรโคเดอร์ม่า 1 ห่อ 500 กรัม  ราคา  200  บาท
      สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
                คุณ สุเทพ   เปี่ยมศิริ  โทร. 089-4590321
       ติดต่อ คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
0846822645
                อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com





โรคเน่าคอดิน

โรคเน่าคอดินของคะน้า สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium sp. หรือ Phytophthora sp. เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในแปลงต้นกล้าเท่านั้น เนื่องจากการหว่านเมล็ดที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ถ้าในแปลงมีเชื้อโรคแล้วต้นกล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้ำที่โคนต้นระดับดิน เนื้อเยื่อตรงแผลจะเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหักพับ ต้นเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว บริเวณที่เป็นโรคจะค่อยๆ ขยายกว้างออกไปเป็นวงกลม ภายในวงกลมที่ขยายออกไปจะไม่มีต้นกล้าเหลืออยู่เลย ส่วนกล้าที่โตแล้วจะค่อยๆ เหี่ยวตายไป

               การป้องกันกำจัด ไม่หว่านเมล็ดคะน้าให้แน่นเกินไป ใช้ยาป้องกันกำจัดเชื้อราละลายน้ำในอัตราความเข้มข้นน้อยๆ รดลงไปบนผิวดินให้ทั่วสัก 1-2 ครั้ง ถ้าใช้ยาเทอราคลอซึ่งเป็นยาป้องกันกำจัดเชื้อราในดินโดยตรงจะได้ผลดียิ่งขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้วใช้ยาไซแน็บหรือมาแน็บละลายน้ำรดก็ได้ผลบ้างและควรทำทางระบายน้ำให้ดี อย่าให้น้ำขังแฉะในแปลงขณะเป็นต้นกล้า หรือยกแปลงนูนสูงเพื่อให้ระบายน้ำให้เร็วด้วย

     ปัจจุบัน เชื้อ PT ไตรโคเดอร์ม่า สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคเน่าคอดิน อย่างได้ผล     

     ปริมาณและราคา    1 ซอง ปริมาณ 500 กรัม    ราคา 200 บาท/ซอง    ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ค่าส่ง(EMS) ครั้งละ 40 บาท

          ดูข้อมูลที่       http://naturkaset.blogspot.com

    สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

         คุณ สุเทพ  เปี่ยมศิริ  โทร. 0894590321 , 0852705964
ดูข้อมูลได้ที่ http://naturkaset.blogspot.com

                http://pttrichodermaharzianum.blogspot.com  

         ปริมาณและราคาขายปลีก   
         สารPT ไตรโคเดอร์ม่า 1 ห่อ 500 กรัม  ราคา  200  บาท
      สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
                คุณ สุเทพ   เปี่ยมศิริ โทร. 089-4590321
       ติดต่อ คุณ วีระชัย ทองสา โทร. 0846822645
            อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com











วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

โรคเน่าดำ (Black rot)

สาเหตุของโรคเน่าดำ เกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora Butl.

    ลักษณะอาการ

    ราก เป็นแผลสีดำ เน่า แห้ง ยุบตัวลง หรือรากเน่าแห้งแฟบ ต่อมาเชื้อจะลุกลามเข้าไปในลำต้น

   ลำต้น เชื้อราจะเข้าทางยอดหรือโคนต้น ใบจะเหลืองหรือเน่าดำหลุดร่วงจากต้นได้ง่าย ถ้าเชื้อเข้าทางยอดจะทำให้ยอดเน่า เมื่อใช้มือดึงยอดจะหลุดติดมือขึ้นมา ถ้าเชื้อเข้าทางโคนต้น ใบจะเหลืองร่วงจากโคนต้นขึ้นไปหาส่วนยอดเรื่อยๆ บางครั้งเกษตรกรเรียกว่า "โรคแก้ผ้า"     

    ดอกเป็นจุดแผลสีน้ำตาลบนกลีบดอก และอาจมีสีเหลืองล้อมรอบแผล ถ้าเป็นกับดอกตูมขนาดเล็ก ดอกจะเน่าและหลุดจากก้านช่อ

     ก้านช่อดอกจะเห็นแผลเน่าดำที่ก้านช่อดอก เชื้อจะลุกลาม และก้านช่อดอกจะหักพับในที่สุด
    การแพร่ระบาดชื้อสามารถแพร่ระบาดจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งได้ง่าย โดยเฉพาะในฤดูฝน ซึ่งอากาศมีความชื้นสูงมาก สปอร์ของเชื้อราจะกระเด็นไปกับน้ำฝนหรือระหว่างการรดน้ำกล้วยไม้
    การป้องกันและกำจัด
1. ปรับสภาพโรงเรือนให้โปร่ง และอย่าปลูกกล้วยไม้แน่นเกินไป
2. ถ้าพบโรคนี้ในระยะลูกไม้ ให้แยกกระถางที่เป็นโรคออกเสีย แล้วนำไปเผาทำลาย ถ้าเป็นกับกล้วยไม้ที่ต้นโตแล้ว ควรตัดส่วนที่เป็นโรคออกเสียจนถึงเนื้อดี แล้วใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดโรค ป้ายบริเวณที่เป็นแผล
3. ไม่ควรให้น้ำกล้วยไม้ตอนเย็นใกล้ค่ำ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เพราะจะทำให้เกิดสภาพอากาศเย็นความชื้นสูง ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อ ทำให้โรคระบาดอย่างรุนแรงได้ง่ายขึ้น
4. ควรทำหลังคาพลาสติกสำหรับลูกกล้วยไม้เพื่อป้องกันการระบาดของโรคในช่วงฤดูฝน
5. ไม่ควรขยายพันธุ์จากต้นที่เป็นโรค และควรเผาทำลายต้นที่เป็นโรคเพื่อตัดวงจรของเชื้อสาเหตุ
6. ในสภาพดินเหนียว น้ำขัง เชื้อจะระบาดได้ดีเป็นพิเศษ ดังนั้น จึงควรช่วยระบายน้ำในแปลงปลูก โดยการรองพื้นด้วยขี้เถ้าแกลบก่อนปูด้วยกาบมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบมีความเป็นด่าง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคในระยะแรกอีกด้วย
7. ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดโรค ได้แก่
- ฟอสฟอรัส แอซิด อัตรา 30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นในช่วงแดดไม่จัด สารนี้ใช้ได้ดีในแง่ของการป้องกัน
- อีทริไดอะโซล ใช้ได้ดีสำหรับการป้องกัน แต่ควรระวัง คือ ไม่ควรใช้ผสมกับปุ๋ยและสารเคมีอื่นๆทุกชนิด
      ปัจจุบัน PTไตรโคเดอร์ม่า สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคเน่าดำ ได้ผลจริง
      ปริมาณและราคา    1 ซอง ปริมาณ 500 กรัม    ราคา 200 บาท/ซอง    ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ค่าส่ง(EMS) ครั้งละ 40 บาท
          ดูข้อมูลที่       http://naturkaset.blogspot.com

    สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

         คุณ สุเทพ  เปี่ยมศิริ  โทร. 0894590321 , 0852705964
ดูข้อมูลได้ที่ http://naturkaset.blogspot.com

                http://pttrichodermaharzianum.blogspot.com  

         ปริมาณและราคาขายปลีก   
         สารPT ไตรโคเดอร์ม่า 1 ห่อ 500 กรัม  ราคา  200  บาท
      สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
                คุณ สุเทพ   เปี่ยมศิริ

                โทร. 089-4590321
       ติดต่อ คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
0846822645
                อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com

  



โรคต้นเหี่ยว (bacterial wilt)

โรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนับเป็นโรคที่ระบาดแพร่หลายทั่วไปในแหล่งที่มีการปลูกพืชพวกแตงชนิดต่างๆ เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงแคนตาลูบ (cantaloup) แตงไทย แตงโม ฟักแฟง ฟักทอง และแตงสควอซ (squash) เป็นต้น

       อาการของโรคเหี่ยว

        ต้นแตงที่ถูกเชื้อเข้าทำลายในระยะแรกจะสังเกตเห็นอาการเหี่ยวขึ้นกับใบอ่อนที่อยู่ปลายเถาเพียง 2-3 ใบก่อน โดยใบเหล่านั้นจะเฉา เนื้อใบอ่อนเหี่ยวและห่อลง ต่อมาเมื่อเป็นมากขึ้นใบอื่นจะแสดงอาการตาม ในที่สุดก็จะเหี่ยวฟุบลงทั้งต้นหรือทั้งเถาภายในเวลา 1-2 อาทิตย์ หากต้นแตงเกิดโรคขณะออกลูกหรือให้ผลแล้วลูกที่มีอยู่ก็จะแสดงอาการเหี่ยวอ่อนนุ่มตามไปด้วย ในแตงอ่อนแอต่อโรคบางพันธุ์ (susceptible) เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม แคนทาลูป เมื่อถูกเชื้อเข้ามาทำลายจะแสดงอาการเหี่ยวทั้งเถาและตายในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนในพวกที่มีความต้านทานอยู่บ้างเมื่อเกิดโรคอาจเกิดอาการเหี่ยวขึ้นอย่างช้าๆ และไม่เหี่ยวถาวร คือจะเหี่ยวเฉพาะกลางวันที่มีอากาศร้อน มีการระเหยนํ้ามาก พอกลางคืนก็จะตั้งตัวสดอย่างเดิม แต่พวกนี้จะเจริญเติบโตช้าหรือแคระแกร็น ตัวอย่างเช่น ฟักทอง สควอซ โรคนี้จะไม่มีหรือแสดงอาการแผลใดๆ ให้เห็นที่โคนต้นหรือราก ดังเช่นโรคเหี่ยวที่เกิดจากไส้เดือนฝอยหรือเชื้อราบางชนิด หลังจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุเข้าไปภายในต้นพืชแล้วก็จะไปเจริญและก่อให้เกิดการทำลายขึ้นกับระบบท่อส่งน้ำ และอาหารภายในต้นทำให้ไม่สามารถส่งนํ้า อาหารไปเลี้ยงต้นได้เป็นปกติ จึงเกิดอาหารเหี่ยวและตายขึ้น สำหรับการทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไม่นั้น ให้ถอนต้นที่แสดงอาการในระยะแรกๆ ขึ้นมาจากดิน ใช้มีดคมตัดต้นให้ห่างจากโคนขึ้นมา 2-3 คืบ หรือราวกลางๆ ต้นให้ขาดออกจากกัน แล้วปล่อยทิ้งไว้สักครู่หรือใช้มือค่อยๆ รีดจากลำต้นด้านในออกมาหารอยตัด จะมีนํ้าเมือกหรือยางเหนียวๆ สีขาวขุ่นหรือสีนมไหลซึมออกมาที่รอยตัด เมื่อใช้ใบมีดหรือนิ้วมือแตะดูจะรู้สึกเหนียวและมีความหนืดเล็กน้อยเช่นนี้ก็แสดงว่าเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

       สาเหตุโรค : Erwinia tracheiphila  เป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในกลุ่ม coliform bacteria ลักษณะเซลล์เป็นแท่งสั้นๆ หัวท้ายมนมีขนาดโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 0.50.7X 1.22.5 ไมครอน เคลื่อนไหวได้โดยมีหางสั้นๆ 2-7 เส้นรอบตัว เป็นแบคทีเรียที่มีวงจรชีวิตและการก่อให้เกิดโรคกับพืชแปลกกว่าตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ เชื้อพวกนี้จะก่อให้เกิดโรคกับพืชได้ก็โดยการช่วยเหลือของด้วงเต่า (beetle) สองชนิดเท่านั้น คือ ด้วงเต่าปีกลาย (striped cucumber beetle-Acalymma vittata Farb.) และด้วงเต่าปีก 12 จุด (12 spotted cucumber beetle-Diabrotica undecimpunctata Oliv.) เป็นที่น่าสังเกตว่าแมลงทั้งสองตัวนี้ไม่ปรากฏว่ามีในประเทศไทย แต่เราก็มีโรคนี้และมีด้วงเต่าที่กัดกินแตงสองชนิดเช่นกัน คือเต่าแตงแดงซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhaphildopalpa similis Oliv. และเต่าแตงดำ คือ Ceratia frontalis Baly จึงเข้าใจว่าการเกิดโรคเหี่ยวของแตง อันเนื่องมาจากเชื้อแบคทีเรีย ในประเทศไทยอาจเป็นไปได้โดยผ่านแมลงสองชนิดนี้

     การเกิดและการระบาดของโรค

     เริ่มจากแมลงด้วงเต่าดังกล่าวไปกัดกินต้นแตงที่เป็นโรคก็จะกินเอาเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ในต้นพืชเข้าไปด้วย จากนั้นเชื้อก็จะเข้าไปอาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหารของแมลง ระยะหนึ่ง เมื่อแมลงไปกัดกินต้นแตงอื่น ก็จะปล่อยเชื้อออกมาโดยติดกับมูลที่ถ่ายลงบนแผลที่มันกัด เชื้อก็จะเข้าสู่พืชแล้วก่อให้เกิดโรคขึ้นจากนั้นก็จะทวีจำนวนเพิ่มปริมาณ แพร่กระจายไปตามระบบหมุนเวียนน้ำภายในตามท่อ xylem ทั่วทั้งต้น การ infection เริ่มจากเชื้อเข้าไปภายในต้นพืชจนแสดงอาการจะใช้เวลา 4-5 วัน และเชื้อจะกระจายไปทั่วต้นภายใน 12-15 วัน เชื้อแบคทีเรียพวกนี้พบว่าจะเข้าไปก่อให้เกิดโรคกับพืชได้ก็โดยผ่านทางแผลที่เกิดจากการกัดกินของแมลงด้วงเต่าดังกล่าวแล้วเท่านั้น ไม่เข้าทางช่องเปิดธรรมชาติหรือ stomata หรือโดยวิธีอื่นๆ และเชื้อพวกนี้ไม่ ถ่ายทอดโดยผ่านทางเมล็ด

      การระบาดของโรคนี้ขึ้นอยู่กับการระบาดของแมลงที่เป็นตัวนำและถ่ายเชื้อ เมื่อใดที่อุณหภูมิหรือสิ่งแวดล้อมเหมาะต่อการระบาดของแมลงโรคก็จะเกิดรุนแรงตามไปด้วย

       สำหรับการอยู่ข้ามฤดูของเชื้อ นอกจากอยู่ในตัวแมลงด้วงเต่าสองชนิดดังกล่าวแล้ว ก็อาจอาศัยอยู่ในวัชพืชพวกแตงต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงแปลงปลูก

       ปัจจุบัน เชื้อ PTไตรโคเดอร์ม่า สามารถป้องกันและกำจัดโรคต้นเหี่ยว ได้ผลจริง

        ขนาดและราคา

         1 ซอง ปริมาณ 500 กรัม    ราคา 200 บาท/ซอง    

     ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ค่าส่ง(EMS) ครั้งละ 40 บาท

          ดูข้อมูลที่       http://naturkaset.blogspot.com

    สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

         คุณ สุเทพ  เปี่ยมศิริ  โทร. 0894590321 , 0852705964
ดูข้อมูลได้ที่ http://naturkaset.blogspot.com

                  http://pttrichodermaharzianum.blogspot.com   

         ปริมาณและราคาขายปลีก   
         สารPT ไตรโคเดอร์ม่า 1 ห่อ 500 กรัม  ราคา  200  บาท
      สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
                คุณ สุเทพ   เปี่ยมศิริ โทร. 089-4590321
      ติดต่อ คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
0846822645
                อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com






  

โรคไหม้ (Rice Blast Disease)

โรคไหม้ พบมาก ในนาน้ำฝน ข้าวพันธุ์พื้นเมืองไวต่อช่วงแสง พบส่วนใหญ่ใน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และ ภาคใต้   สาเหตุจากเชื้อรา Pyricularia grisea Sacc.

      อาการของโรคไหม้
       ระยะกล้า ใบมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้
      ระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอ
       ระยะออกรวง (โรคเน่าคอรวง) ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราเข้าทำลาย เมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่บริเวณคอรวง ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหายมาก
       การแพร่ระบาด พบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น ทำให้อับลม ถ้าใส่ปุ๋ยสูงและมีสภาพแห้งในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน น้ำค้างยาวนานถึงตอนสายราว 9 โมง ถ้าอากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-25 oC ลมแรงจะช่วยให้โรคแพร่กระจายได้ดี
       ปัจจุบัน เชื้อ PTไตรโคเดอร์ม่า สามารถป้องกันและกำจัดโรคไหม้ และโรคกล้าไหม้ ได้ผลจริง

        ขนาดและราคา

         1 ซอง ปริมาณ 500 กรัม    ราคา 200 บาท/ซอง    ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ค่าส่ง(EMS) ครั้งละ 40 บาท

          ดูข้อมูลที่       http://naturkaset.blogspot.com 

    สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

         คุณ สุเทพ  เปี่ยมศิริ  โทร. 0894590321 , 0852705964


ดูข้อมูลได้ที่ http://naturkaset.blogspot.com

                 http://pttrichodermaharzianum.blogspot.com   

         ปริมาณและราคาขายปลีก   
         สารPT ไตรโคเดอร์ม่า 1 ห่อ 500 กรัม  ราคา  200  บาท
      สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
                คุณ สุเทพ   เปี่ยมศิริ โทร. 089-4590321
      ติดต่อ คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
0846822645
                อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com







วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

โรคโคนเน่า (ต้นกล้า)

อาการของโรคโคนเน่า เป็นได้ตั้งแต่ทำให้เมล็ดไม่งอก  หรือเมล็ดงอกเป็นต้นอ่อนแล้วตาย หรือชะงักการเจริญเติบโต  สังเกตได้จากแผลที่โคนต้นบริเวณที่ติดกับผิวดิน ที่ทำให้ต้นคอดลง/แห้ง ต้นล้ม ไม่ตั้งขึ้น

      ชื่ออื่น โรคเน่าคอดิน โรครากเน่าโคนเน่า กล้าตายพราย

       สาเหตุของโรคโคนเน่าเกิดจาก เชื้อราในดิน ซึ่งมีหลายชนิดที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ ซึ่งเชื้อรานี้มาได้จาก (1) ติดมากับเมล็ด (2) ในดินและวัสุดปลูก (3) ในน้ำที่ใช้รด (4) จากถาดที่ใช้เพาะกล้า

       สภาพแวดล้อมที่ทำให้เชื้อรานี้ระบาดได้ง่ายคือ เมื่อมีอากาศร้อนและมีความชื้นสูง ดิน/วัสดุเพาะระบายน้ำไม่ดี และมีสภาพเป็นกรดมากเกินไป

  วิธีป้องกัน

เลือกใช้ดิน/วัสดุปลูกที่ค่อนข้างสะอาด ระบายน้ำได้ดี

เพิ่มสัดส่วนของปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยมูลไส้เดือนในวัสดุเพาะ เพื่อเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์

ทำความสะอาดถาดเพาะด้วยด่างทับทิม (อัตราส่วน 1 กรัม/น้ำ 1 ลิตร ใช้แช่ทิ้งไว้ 2 - 3 ชั่วโมง) โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาโรคโคนเน่าแล้ว ถาดเพาะมีโอกาสที่จะมีเชื้อติดอยู่มาก

ถ้าเมล็ดมีความเสี่ยงติดเชื้อรา อาจทำความสะอาดเมล็ดก่อนเพาะด้วยจุนสี (อัตราส่วน 1 กรัม/น้ำ 1 ลิตร ใช้แช่ทิ้งไว้ 2 - 3 ชั่วโมง แล้วล้างออกก่อนนำไปเพาะ)

เวลาเพาะกล้า อย่าใส่เมล็ดในวัสดุเพาะลึกเกินไป

อย่าเพาะกล้าหนาแน่นเกินไป เลือบริเวณเพาะกล้าที่มีสภาพอากาศโปร่ง อากาศระบายได้ดี ไม่มีความชื้นสูง และระวังอย่ารดน้ำมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

เลือกแหล่งน้ำที่สะอาดหน่อยสำหรับใช้ในการรดกล้าผัก

ในกรณีที่แปลง/ถาดเพาะเริ่มระบาด ให้รีบนำถาดที่มีโรคออก เพื่อทำลายทิ้ง และฉีดพ่นแปลง/ถาดเพาะข้างเคียงน้ำด้วยน้ำกระเทียมสะกัด (ต้มน้ำให้ร้อน แต่ไม่ถึงน้ำเดือด ใส่กระเทียมโขลก 5 - 6 กลีบ นาน 20 นาที ปล่อยให้น้ำเย็น เอากากกระเทียมออก เติมสบู่ธรรมชาติเล็กน้อย กรอง แล้วจึงนำไปฉีดพ่น)            

        ขนาดและราคา

         1 ซอง ปริมาณ 500 กรัม    ราคา 200 บาท/ซอง    ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ค่าส่ง(EMS) ครั้งละ 40 บาท

          ดูข้อมูลที่       http://naturkaset.blogspot.com

    สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

         คุณ สุเทพ  เปี่ยมศิริ  โทร. 0894590321 , 0852705964
ดูข้อมูลได้ที่ http://naturkaset.blogspot.com

                http://pttrichodermaharzianum.blogspot.com   

         ปริมาณและราคาขายปลีก   
         สารPT ไตรโคเดอร์ม่า 1 ห่อ 500 กรัม  ราคา  200  บาท
      สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

                คุณ สุเทพ   เปี่ยมศิริ โทร. 089-4590321
      ติดต่อ คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
0846822645
                อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com






  

โรครากเน่าและโคนเน่า (Root and Stem Rot)

สาเหตุของโรครากเน่าเกิดจาก เชื้อรา Phytophthora palmivora (Butler)

      ลักษณะอาการของโรครากเน่า

      ต้นที่เริ่มเป็นโรคจะพบว่าใบไม่เป็นมันสดใส ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดและใบร่วง เมื่อพบอาการแสดงออกที่ใบ ให้สำรวจบริเวณลำต้น กิ่งหรือราก บริเวณที่เป็นโรคจะมีสีของเปลือกเข้มคล้ายถูกน้ำเป็นวงหรือเป็นทางน้ำไหลลงด้านล่างหรือมีรอยแตกของแผล ต้นที่เป็นโรครุนแรงมากจะมีน้ำยางไหลออกมาโดยเฉพาะในช่วงเวลาเช้าที่มีอากาศชุ่มชื้น เชื้อราไฟท๊อปธอร่าสามารถแพร่กระจายโดยทางลม น้ำ ดิน ใบ กิ่งพันธุ์ และผล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีลมพายุและความชื้นสูง จะเหมาะสมกับการแพร่กระจายและเข้าทำลายต้นทุเรียนได้ดี

          ศัตรูธรรมชาติของโรครากเน่าคือเชื้อราปฏิปักษ์ไตรโคเดอร์ม่า (Trichoderma harzianum) ควบคุมเชื้อราไฟท๊อปธอร่า (Phytophthora palmivora) ในดิน โดยนำเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า (ที่ผลิตจากเมล็ดข้าวฟ่าง) มาผสมกับรำข้าวและปุ๋ยหมัก ในอัตราเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 กก. + รำข้าว 10 กก. + ปุ๋ยหมัก 40 กก. คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน นำไปโรยรอบโคนต้น

         การป้องกันและกำจัด

    1. ติดตามสถานการณ์โรครากเน่าและโคนเน่า โดยสำรวจทุกต้น 7 วัน/ครั้ง ช่วงพฤษภาคม - ธันวาคม

     2. ตรวจวิเคราะห์และปรับปรุงบำรุงดินโดยใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเคมี และปูนขาว (ตามอัตราคำแนะนำหลังจากการตรวจวิเคราะห์ดิน) เพื่อให้ดินมีสภาพเป็นดินดีทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ และเคมี (ดินควรมีสภาพเป็นกลาง คือ pH = 6.5)

    3. จัดทำร่องระบายน้ำในบริเวณสวนที่มีพื้นที่ต่ำ เพื่อไม่ให้มีน้ำท่วมขัง ตัดแต่งกิ่งแขนงเล็กที่เป็นโรคไปเผาทำลาย

     4. เก็บรวบรวมใบ ดอก และผลที่เป็นโรค และร่วงหล่นอยู่ในบริเวณสวนไปเผาทำลาย

     5. พบอาการของโรคเพียงเล็กน้อยที่ลำต้นหรือกิ่งแขนงใหญ่ ให้ขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก และนำไปเผาทำลาย แล้วทาแผลด้วยปูนแดง

     6. พบอาการของโรครุนแรงที่ราก ลำต้น หรือกิ่งแขนงใหญ่ ให้ใช้ฟอสฟอรัส แอซิด 40% ใส่ กระบอกฉีด (ไม่ต้องผสมน้ำ) ฉีดเข้าที่ลำต้นหรือกิ่งในบริเวณตรงข้ามหรือใกล้บริเวณส่วนที่เป็นโรค (บริเวณที่เป็นเนื้อไม้ดี) เพื่อปรับสภาพเซลล์ของเนื้อไม้ให้มีความทนทานต่อ เชื้อราไฟท๊อปธอร่า ตามอัตราดังนี้

     - ทุเรียนอายุต่ำกว่า 8 ปี ใช้อัตรา 20 มล./ต้น

     - ทุเรียนอายุ 8 - 20 ปี ใช้อัตรา 25 มล./ต้น

     - ทุเรียนอายุสูงกว่า 20 ปีขึ้นไป ใช้อัตรา 25 มล./ต้น

     7.ใช้สารเคมี

     - โรคโคนเน่า : ขูดเปลือกลำต้นหรือกิ่งแขนงใหญ่บริเวณที่เป็นโรคออกและเผาทำลาย แล้ว ทาแผลด้วยสารเคมีเมทธาแลกซิล 25% WP หรือ 35% SD อัตรา 50 - 60 กรัม/น้ำ 1 ลิตร

     - โรครากเน่า : พบอาการของโรคที่บริเวณรากฝอยซึ่งจะเป็นสีน้ำตาลดำและใบสีเหลือง ให้ใช้สารเคมีฟอสเอทธิล อะลูมินั่ม 80% WP อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ใบให้ทั่ว ทั้งต้น

       ข้อควรระวัง

       ห้ามนำ กิ่ง ใบ ดอก และผลที่เป็นโรคไปทิ้งลงในแม่น้ำ ลำคลอง เพราะจะทำให้เชื้อราไฟท๊อปธอร่ากระจายออกไปในพื้นที่กว้างขวาง ควรนำมาเผาทำลายให้หมด        

        ขนาดและราคา

         1 ซอง ปริมาณ 500 กรัม    ราคา 200 บาท/ซอง    ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ ค่าส่ง(EMS) ครั้งละ 40 บาท

          ดูข้อมูลที่       http://naturkaset.blogspot.com

    สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

         คุณ สุเทพ  เปี่ยมศิริ  โทร. 0894590321 , 0852705964
ดูข้อมูลได้ที่ http://naturkaset.blogspot.com

                  http://pttrichodermaharzianum.blogspot.com   

         ปริมาณและราคาขายปลีก   
         สารPT ไตรโคเดอร์ม่า 1 ห่อ 500 กรัม  ราคา  200  บาท
      สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
                คุณ สุเทพ   เปี่ยมศิริ โทร. 089-4590321
      ติดต่อ คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
0846822645
                อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com